" สวัสดีนะครับ ผมชื่อ นโคซี จอห์นสัน ผมอยู่ที่เมลวิลล์ โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ผมอายุ 11 ขวบ
และผมเป็นเอดส์เต็มขั้น ผมติดเชื้อมาตั้งแต่เกิด
ตอนอายุสองขวบ ผมอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กที่ติดเชื้อ แม่ผมก็ติดเชื้ออย่างชัดเจน และไม่สามารถจะเลี้ยงดูผมได้
เพราะแม่กลัวมากว่าคนในละแวกที่แม่อยู่จะรู้ว่าทั้งแม่และผมติดเชื้อ และจะพากันขับไล่เราออกไป
ผมรู้ว่าแม่รักผมมาก และอยากมาเยี่ยมผมถ้าทำได้ แต่แล้วถานที่เลี้ยงเด็กแห่งนั้นก็ต้องปิดลง เพราะไม่มีเงินทุน
จะทำต่อ แม่บุญธรรมของผม คือ แม่เกล จอห์นสัน ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กแห่งนั้น และเคยพาผมไปบ้าน
ในช่วงวันหยุด ได้บอกกับที่ประชุมกรรมการสถานเลี้ยงเด็กว่าจะเอาผมไปอยู่ด้วย
แม่เกลพาผมไปอยู่บ้าน และผมได้อยู่กับแม่เกลมาแปดปีแล้ว
แม่เกลสอนให้ผมรู้เรื่องการติดเชื้อ และสอนให้รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ถ้าผมเลือดออก ถ้าผมหกล้ม
และมีแผลเลือดออก ผมจะต้องรีบปิดแผล แล้วไปหาผู้ใหญ่ให้ช่วยผมล้างแผล และปิดพลาสเตอร์ให้
ผมรู้ว่าเลือดของผม เป็นอันตรายต่อคนอื่น ถ้าพวกเขามีแผลแล้วเลือดผมเข้าไปในแผลนั้น ถ้าพวกเขามีแผล
เขาจะต้องระมัดระวัง เวลาจับต้องตัวผม
เมื่อปี 1997 แม่เกลไปที่โรงเรียนประถม เมลปาร์ก แม่เกลต้องกรอกใบสมัครเพื่อให้รับผมเข้าโรงเรียน
ในใบสมัครมีข้อความถามว่า ผมมีโรคประจำตัวหรือไม่ แม่เกลกรอกว่ามี โรคเอดส์
ทั้งแม่เกลและผมเปิดเผยตัวเองตลอดเวลา ว่าผมเป็นเอดส์ แม่เกลต้องรอฟังผลว่า โรงเรียนจะรับผมเข้าเรียนหรือไม่
แม่เกลโทรศัพท์ไปที่โรงเรียนพื่อสอบถาม ได้รับคำตอบว่าจะโทร.กลับ แล้วทางโรงเรียนก็มีการประชุมกัน
ผู้ปกครองและครูที่มาประชุม 50% มีความเห็นให้รับผม อีก 50% บอกว่าไม่
ในวันแต่งงานพี่ชายคนโตของผม สื่อมวลชนรู้ข่าวว่าผมมีปัญหาเรื่องเข้าโรงเรียน
ดูจะไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไรกับผมเพราะผมติดเชื้อ มีการประชุมปฏิบัติการเรื่องเอดส์ที่โรงเรียน
เพื่อให้ครูและผู้ปกครองไม่ต้องกลัวเด็กที่ติดเชื้อเอดส์
ผมภูมิใจมากที่จะบอกว่า เวลานี้มีนโยบายว่า ให้เด็กที่ติดเชื้อทุกคน เข้าโรงเรียนได้โดยไม่มีการรังเกียจ
ปีเดียวกันกับที่ผมจะเข้าโรงเรียน แม่ดาฟเนผู้ให้กำเนิดผมตาย
แม่ไปพักผ่อนที่นิวคาสเซิล และตายไปขณะนอนหลับ มีคนโทรมาหาแม่เกล ผมเป็นคนรับโทรศัพท์
ป้าผมบอกขอพูดกับแม่เกล
แม่เกลบอกผมเกือบจะในทันทีว่า แม่ตายแล้ว และผมร้องไห้โฮ
แม่เกลพาผมไปงานศพแม่
ผมเห็นแม่ในโลงศพ ผมเห็นแม่หลับตา และเห็นเขาหย่อนแม่ลงในหลุมศพ แล้วเอาดินกลบ
ยายเสียใจมากที่แม่ตาย
ตอนนั้นผมได้พบพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีพ่อ
พ่อดูโกรธมาก แต่ผมคิดกับตัวเองว่า ทำไมพ่อทิ้งแม่กับผมไป
มีคนถามแม่เกลเรื่องพี่สาวผมว่า ใครจะเลี้ยงดูเธอ แม่เกลบอกให้ถามพ่อ
ตั้งแต่งานศพแม่ ผมคิดถึงแม่มาก และผมอยากให้แม่อยู่กับผม แต่ผมรู้ว่าแม่อยู่บนสวรรค์ แม่คอยดูแลผม
และอยู่ในใจของผม
ผมเกลียดที่เป็นเอดส์ เพราะทำให้ผมไม่สบายใจ และผมรู้สึกเศร้ามาก เมื่อคิดถึงเด็กคนอื่นทุกคนที่ป่วยเป็นเอดส์
ผมอยากให้รัฐบาล เริ่มให้ยาเอแซดทีแก่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ เพื่อป้องกันเชื้อแพร่ไปถึงลูก
เด็กเล็กๆ จะตายเร็วมาก ผมรู้จักเด็กน้อยคนหนึ่งที่ถูกทอดทิ้ง และมาอยู่กับพวกเรา เด็กคนนั้นชื่อ มิกกี้
เขาหายใจไม่ออก กินไม่ได้ และป่วยมาก แม่เกลของผมโทร.ไปหาสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้รับมิกกี้เข้ารักษา
ในโรงพยาบาล และเขาก็ตายไป
เขาเป็นเด็กน่ารักมาก ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเริ่มโครงการ เพราะผมไม่อยากให้เด็กตาย
เพราะผมต้องแยกกันอยู่กับแม่ตั้งแต่ยังเล็กมาก เพราะเราติดเชื้อทั้งคู่ แม่เกลกับผมคิดอยู่ตลอดเวลา
ที่จะตั้งสถานเลี้ยงดูทั้งแม่และลูกที่ติดเชื้อ
ผมมีความสุขและภาคภูมิใจมาก ที่จะบอกว่าสถานสงเคราะห์ชื่อ "บ้านนโคซี" แห่งแรกได้เปิดบริการ
เมื่อปีที่แล้ว
เราดูแลแม่ 10 คน และเด็ก15 คน
แม่เกลกับผม อยากจะเปิด "บ้านนโคซี" 5 แห่งภายในปีหน้า เพราะผมต้องการดูแลแม่ที่ติดเชื้อได้มากขึ้น
ให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน พวกเขาต้องไม่ถูกพรากจากกัน เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน และมีชีวิตยืนยาวขึ้น
ด้วยความรักที่พวกเขามีต่อกัน
เมื่อผมโตขึ้น ผมอยากพูดกับผู้คนให้มากขึ้นๆ เกี่ยวกับเอดส์ ถ้าแม่เกลอนุญาต ผมจะขอไปพูดทั่วประเทศ
ผมต้องการให้คนเข้าใจเรื่องเอดส์ ให้มีความระมัดระวัง และให้ความนับถือคนที่เป็นเอดส์ เอดส์ไม่ติด
จากการสัมผัส โอบกอด จูบ จับมือ กับคนที่ติดเชื้อ
ขอให้ใส่ใจและยอมรับพวกเรา เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์
เราเป็นคนปรกติ เรามีมือ เรามีเท้า
เราเดินได้ พูดคุยได้ เรามีความต้องการเหมือนกับคนอื่นๆ อย่ากลัวพวกเรา เราเหมือนกันทุกคน"
คัดลอกจาก บทความพิเศษ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1043